| faris's profileFILM AND •·.·´¯`·.·•`F@r...PhotosBlogLists | Help |
|
3/24/2007 Ratatouille : มิตรภาพที่หอมอร่อย !!!Update!!!
เพิ่งจะลงบทความของหนังเรื่องนี้จากเวปคุณเจไดยุทธไปเมื่อวันก่อน วันนี้ Disney ได้ปล่อยตัวอย่างหนังล่าสุดออกมาแล้วครับ เป็นตัวอย่างหนังที่ทั้งน่ารัก และ สนุกสนานมากๆ แถมงานทางด้านภาพยังดูเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสมผสานศิลปะของฝรั่งเศสเข้ากับงานของฮอลลีวู้ดได้อย่างโดดเด่นและลงตัวด้วย หนังมีโปรแกรมเข้าฉายที่อเมริกา 29 มิถุนายนนี้ครับ แต่สำหรับในเมืองไทย ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าพร้อมกัน หรือ รอเป็นโปรแกรมปิดเทอม เหมือนอย่างเคยครับ
สำหรับบทความเก่าของหนังเรื่องนี้ดูได้ที่นี่เลยครับ มิตรภาพที่หอมอร่อย 3/21/2007 300 พิชิตหัวใจคนดูและนักวิจารณ์ที่เทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน
![]()
เราได้เห็นเบื้องหลังที่งดงาม เห็นตัวอย่างหนังที่สวยเด่น และเห็นภาพจากหนังที่ตระการตาของ 300 หนังเรื่องราวของนักรบสปาร์ตัน 300 นาย ที่ต่อสู้จนตัวตายกับกองทัพเปอร์เซียนับแสนคน แต่หนังจะสวยงามเหมือนอย่างที่เห็นจากรูปไหม นักวิจารณ์กับคนดูส่วนหนึ่งได้ชมจากรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศ กาลหนังเบอร์ลิน และยอมให้หนังเรื่องนี้พิชิตหัวใจของพวกเขาครับ Official Site : 300 3/20/2007 Ratatouille : มิตรภาพที่หอมอร่อยข้อมูลจาก www.jediyuth.com
Yahoo Movies ของไต้หวัน ได้ลงตัวอย่างซับไตเติ้ลภาษาจีนของหนังอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของพิกซาร์และดิสนี่ย์ เรื่อง Ratatouille ครับ หนังเป็นเรื่องราวของ "ลูกมือกุ๊กผู้ทำอาหารไม่เป็นกับหนูที่ฝันอยากเป็นพ่อครัว ที่มิตรภาพของพวกเขาเป็นจุดเริ่มต้นของปาฏิหาริย์อันหอมอร่อย"
ดูเหมือนตัวอย่างหนังนี้ได้ขยายเนื้อเรื่องของหนังให้เราได้รู้เพิ่มเติมครับจากเดิมที่บอกว่าเป็นเรื่องราวของหนูในร้านอาหารหรูกลางกรุงปารีสที่ไม่ยอมทำตัวเหมือนหนูอื่นที่กินแต่เศษอาหาร ขณะที่เจ้าหนูตัวนี้เกิดมาเพื่อกินอาหารอันโอชะ และมันก็ทำอาหารเป็นเสียด้วยสิ ไม่เพียงเนื้อเรื่องเท่านั้น ดนตรีประกอบในหนังตัวอย่างก็โดนใจมาก มันคลอไปกับฉากได้อย่างกลมกลืน ทรงพลัง และก็มีแบบฉบับเฉพาะตัว รวมถึงการออกแบบตัวละครที่ใช้งานศิลปะของฝรั่งเศสเข้ามาตกแต่งให้ดูแหวกแนวกว่าตัวละครในการ์ตูนทั่วไปของฮอลลีวู้ด เป็นงานที่มีเอกลักษณ์มากๆ Ratatouille เป็นผลงานกำกับของแบรด เบิร์ด จาก The Incredibles และ The Iron Giant ร่วมกับบ็อบ ปีเตอร์สัน หนังยังมีปีเตอร์ โอ ทูล ร่วมให้เสียงตัวละครด้วยครับ โหลดชมตัวอย่างหนังที่นี่เลยครับ Click Here 8/8/2006 oOo=oOo...ยังจำวัยเด็กของพวกเรากันได้มั้ยครับ...oOo=oOo " ขบวนการเต่านินจา " พวกเขากำลังจะกลับมา เร็วๆ นี้ 5/18/2006 You will believes a man can fly...!!!
สุดยอด...เป็นคำแรกหลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนังฉบับเต็มของ superman returns จบลง ต้องยอมรับเลยว่าไบรอัน ซิงเกอร์เป็นผู้กำกับที่มีชั้นเชิงในการนำเสนอความคิดและภาพในจินตนาการลงบนแผ่นฟิล์มได้อย่างเก่งกาจมากคนหนึ่ง ในตัว อย่างเราได้เห็นฉากที่ซุปเปอร์แมนเหาะไปช่วยลูอิส เลน จากเครื่องบิน ฉากเลกซ์ ลูเธอร์ บุกไปยังป้อมแห่งความสันโดษ ได้เห็นฟาร์มเคนท์ และเมืองเมโทรโปรลิส ซึ่งทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงามมากๆ และที่สำคัญการได้เห็นแบรนดอน เราธ์ ในบท คลาก เคนท์ หรือว่าซุปเปอร์แมนนั้นไม่ว่าจะหน้าตาหรือรูปร่าง ทำให้ต้องนึกไปถึงคริสโตเฟอร์ รีฟต้นฉบับบุรุษเหล็กที่ครั้งนึงเคยทำให้พวกเราเชื่อว่าคนบินได้ ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของโลกภาพยนตร์ไปแล้ว และหลังจากกว่าสิบปีที่มีการพยายามชุบชีวิตให้กับซุปเปอร์แมนออกมาโลดแล่นบนจอใหญ่ได้อีกครั้ง มาถึงวันนี้หลังจากเห็นตัวอย่างในงานกำกับของซิงเกอร์แล้ว บอกได้เลยว่าซุปเปอร์แมนกลับมาแล้วจริงๆ
Official Site : Superman Returns
Download Wallpapers : Superman Returns 3/26/2006 Mission:Impossible III
Ethan Hunt's Impossible Mission's Force team Returns for it's next covert mission. Release Dates : 3 พฤษภาคม 2549
Directed By J.J. Abrams Cast : Tom Cruise (Ethan Hunt) , Philip Seymour Hoffman , Keri Russell , Ving Rhames , Billy Crudup This will be the third in a series of movies starring Tom Cruise based upon the 1960's TV series starring Martin Landau, following 1996's Mission: Impossible and 2000's Mission: Impossible 2
Official Site : Mission:Impossible III Download Wallpapers :
1/30/2006 กระสือวาเลนไทน์ : แม้นไร้ร่างกาย แต่มิไร้หัวใจ
" เส้นทางรักที่พรหมมิได้ลิขิต เส้นทางชีวิตที่คนมิอาจฝืน "
ณ โรงพยาบาลเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ...มีเรื่องราวความรักถือกำเนิดขึ้น... ... ณ โรงพยาบาลเก่าแก่แห่งนี้...เรื่องราวความรักกำลังจะ จบลง ... กระสือวาเลนไทน์ 9 กุมภาพันธ์ 2549 คุณจะซึ้งจนขนหัวลุก
Source : Deknang 1/9/2006 พริ้วไหวตามสายลม
12/22/2005 .....ดังผืนทรายที่โอบทะเลไว้.....
11/28/2005 ...ถึงวันที่ฉันกลับมา...( 19 Dec 2005 )
11/17/2005 ––•(-•-• The Triwizard Tournament Begins •-•-)•––
Official Site : The Goblet of Fire Movie Reviewed By Faris :
ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของผู้กำกับ ไมค์ นีเวล ที่ได้รับคำแนะนำจากอัลฟองโซ คัวรอง ให้ดัดแปลงหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี ที่มีความยาวถึง 700 กว่าหน้านี้ ให้กลายเป็นหนังแค่เรื่องเดียวแทนที่จะเป็นหนังสองเรื่องตามที่ค่ายหนังตั้งใจไว้ อย่างที่คัวรองว่าไว้ " ตัดรายละเอียดปลีกย่อย ออกไปซะ แล้วเอาเฉพาะแก่นของเรื่องที่แท้จริงก็พอ " เพราะฉะนั้นเราจึงได้ชมหนัง Harry Potter and the goblet of fire ด้วยความยาวทั้งสิ้น 156 นาที ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าไปสัมผัสกับโลกแห่งเวทมนตร์และการผจญภัยในปีที่สี่ของแฮร์รี่ แล้วนั้น บอกได้เลยว่านี่เป็นหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคที่ดีที่สุดเลยทีเดียว ปีที่สี่ของแฮร์รี่ เริ่มขึ้นเมื่อฮอกวอตส์ เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันประลองเวทไตรภาคี โดยเป็นการแข่งขันร่วมกับอีก 2 โรงเรียน คือ โบบาตงซ์ และ เดิร์มแสรงค์ ตัวแทนนักเรียนอายุ 17 ปี เพียงหนึ่งคนของแต่ละโรงเรียนจะได้รับการคัดเลือกจากถ้วยอัคนีให้เข้าแข่งขันการประลองครั้งนี้ โดยจะต้องผ่านภารกิจที่สำคัญและเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต อันมีเป้าหมายในการครองถ้วยรางวัลไตรภาคี และเกียรติยศชั่วนิรันดร์ ในขณะที่ถ้วยอัคนีได้เลือกตัวแทนทั้งสามคนของแต่ละโรงเรียนเสร็จสิ้นแล้ว บางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อถ้วยอัคนีได้ส่งชื่อคนสุดท้ายออกมา นั่นก็คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กนักเรียนวัยเพียง 14 ปี ดูเหมือนว่าบางอย่างที่ชั่วร้ายกำลังรอเล่นงานเขาอยู่ แต่การตัดสินใจของถ้วยอัคนีถือเป็นข้อผูกพัน ที่ทำให้แฮร์รี่ต้องเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ แล้วหลังจากนั้นเรื่องราวการผจญภัยอันสุดแสนมหัศจรรย์ก็ได้เริ่มขึ้น หนังภาคนี้ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างหนังทริลเลอร์ชั้นดีกับหนังในแบบ Coming of Age รวมถึงยังให้ความบันเทิงมากๆในแบบของหนังฮอลลีวู้ดทุนสร้างสูงอีกด้วย ผู้กำกับไมค์ นีเวล ( ผู้กำกับเชื้อสายอังกฤษคนแรกของหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ ) ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามากำกับหนังในภาคนี้ เพราะนอกเหนือจากเรื่องราวที่เป็นบรรยากาศของหนังทริลเลอร์แล้ว หนังภาคนี้ยังมีเรื่องราวของความรัก มิตรภาพ และการก้าวผ่านวัย อีกด้วย " ผมคิดว่ามันเป็นส่วนผสมของหนังเขย่าขวัญ ชั้นดี แต่ผมไม่ลืมว่าหนังยังต้องมีความเป็นวาไรตี้ เพราะผมรู้ว่าเด็กๆ อยากดูหนังเรื่องนี้มากแค่ไหน " คำกล่าวของนีเวล ผู้กำกับที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้หนังเรื่อง Four weddings and a funeral และ Donnie Brasco ประสบความสำเร็จในแนวทางของตัวเองมาแล้ว นักแสดงนำในวันนี้ พวกเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว และพัฒนาการทางด้านการแสดงก็โตขึ้นตามอายุด้วย Daniel Radcliffe ยังคงเป็นธรรมชาติและลื่นไหลไปกับบทแฮร์รี่ ถึงแม้จะยังแสดงไม่ดีเท่ากับเพื่อนอีก 2 คน แต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าภาคก่อนๆRupert Grint เป็นธรรมชาติมากๆกับบท รอน วีสลีย์ มีมิติ มีการแสดงอารมณ์ และถือเป็นตัวเรียกเสียงฮา ซึ่งเขาทำได้ดีทีเดียว แต่ที่เยี่ยมที่สุดต้องคนนี้ครับ Emma Watson กับบทเฮอไมโอนี ซึ่งนอกจากจะสวยและน่ารักขึ้นมากแล้ว เธอยังมีพัฒนาการทางด้านการแสดงที่ดีมากๆ ด้วย เราเริ่มเห็นแววของเธอตั้งแต่ในภาคแรก และเริ่มเด่นชัดขึ้นในภาคต่อมา จนถึงภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงทั้งสีหน้า และแววตา เป็นธรรมชาติอย่างที่สุด และทำให้ตัวละครตัวนี้มีมิติทางอารมณ์มากๆด้วย นอกจากนี้ดาราเด็กคนอื่นๆ ก็รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง ได้ดี ไม๋ว่าจะเป็น James and Oliver Phelps ในบทฝาแฝดวีสลีย์ ที่ภาคนี้เป็นตัวขโมยซีนในทุกฉากที่ออก Tom Felton ในบท มัลฟอย , Katie Leung ในบทโชแชง ที่ถึงแม้จะยังไม่ได้แสดงอะไรมากนัก แต่ก็คงลบคำสบประมาทที่ว่าเธอไม่เหมาะสมกับบทไปได้บ้าง อีกคนหนึ่งที่น่าพูดถึงคือ Robert Pattinson ในบท เซดริก ดิกกอรี่ ที่แสดงได้ดีทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ได้ออกในหนังน้อยเกินไป เพราะถือเป็นตัวละครที่สำคัญตัวหนึ่ง และมีผลต่ออารมณ์โดยรวมของตอนจบด้วย ส่วนดาราชั้นครูชาวอังกฤษทั้งหลายที่มาสร้างสีสันในบทอาจารย์ต่างๆนั้น ไม่ต้องพูดถึงเพราะแสดงกันได้ยอดเยี่ยมทุกคนครับ และคนสำคัญในบทโวลเดอมอร์ ที่ได้ Ralph Fiennes มารับบท ซึ่งเขาทำหน้าที่นี้ได้ดีครับ ฉากปรากฏตัวของเขานั้นออกแบบมาได้ดีและทำออกมาได้น่ากลัวดีที่เดียว งานเทคนิคพิเศษรวมถึงงานสเปเชียล เอฟเฟก ต่างๆนั้น ทำออกมาได้สุดยอดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากควิชดิชเวิลด์คัพ ฉากต่อสู้กับมังกรที่มีความสมจริงและเป็นธรรมชาติ ฉากภารกิจใต้น้ำที่น่าตื่นเต้น และฉากเผชิญหน้าในตอนท้าย ทุกตอนทำออกมาได้ดีและสร้างควมตื่นเต้นให้แก่ผู้ชมโดยตลอด รวมไปถึงงานกำกับภาพของโรเจอร์ แพร็ตต์ ที่ให้ภาพในมุมกว้างที่สวยงามและเต็มไปด้วยรายละเอียด อีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้คืองานดนตรีประกอบที่ภาคนี้ได้แพทริค ดอยล์ มาทำหน้าที่แทนยอดฝีมืออย่าง จอห์น วิลเลี่ยม ก็ให้งานดนตรีที่เข้ากับเรื่องราวและสร้างอารมณ์ได้อย่างน่าพอใจ แต่ไม่ใช่ว่าหนังจะมีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว ข้อด้อยของหนังที่ถือเป็นปัญหาสำคัญของหนังแฮรี่ทุกภาค และยังเกิดขึ้นกับหนังภาคนี้ก็คือ การตัดทอนเรื่องราวจากหนังสือที่มีความหนาขึ้นเรื่อยๆ มาเป็นภาพยนตร์ ซึ่งทำให้หนังขาดรายละเอียดต่างๆไปพอสมควร ทำให้หนังดูรวบรัดเกินไปนิด โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ( อาจเป็นปัญหาสำหรับคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน ) และทำให้บางช่วงอารมณ์ของหนังดูจะสะดุดไปบ้าง แต่ด้วยข้อดีต่างๆที่กล่าวมาทำให้หนังดูสนุก ลื่นไหล จนมองข้ามจุดด้อยนี้ไปได้ สรุปแล้วนี่เป็นผลงานที่คุ้มค่าแก่การชมครับ ปีสี่ในโรงเรียนฮอกวอตส์ของแฮร์รี่จบลงไปแล้วอย่างน่าประทับใจ เตรียมพบกับ Harry Potter and the order of the phoenix ภาคที่ 5 ของหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งคราวนี้ได้ เดวิด เยตส์ ผู้กำกับซีรี่ย์ทีวีมือฉมังมารับหน้าที่กำกับ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ปี 2007 เราจะได้ชมกันครับ
11/10/2005 KING KONG.....!!! Update 14 Dec 2005 !!!.....
KING KONG Showtime : EGV / Major Cineplex / SF Cinema City Official Site : KING KONG หลังจากทำให้ไตรภาค The Lord of the Rings กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการภาพยนตร์ ( หนังทั้งสามภาค ทำรายได้จากทั่วโลกรวมกันกว่า 3 พันล้านดอลล่าห์และกวาดรางวัลออสการ์รวมกันถึง 17 ตัว รวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย ) KING KONG งานรีเมคจากหนังคิงคอง ในปี 1933 คือผลงานชิ้นต่อมาของผู้กำกับ ปีเตอร์ แจคสัน ที่ยังคงเป็นหนัง ที่ยิ่งใหญ่ในแง่ของเรื่องราวและเทคนิคการสร้างด้วย
KING KONG หนังรีเมกที่ลงทุนสูงถึง 207 ล้านเหรียญสหรัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของความรักระหว่างหญิงสาวกับอสูรกาย... ถึงแม้ว่าเราจะเคยดูเรื่องราวของคิงคองมาหลายภาค นับตั้งแต่ หนังคิงคองที่มีเฟย์ เรย์ เป็นนางเอก ในปี 1933 แต่ในการกลับมาคราวนี้ผู้กำกับ ปีเตอร์ แจคสัน ต้องการจะให้รายละเอียดของมันแตกต่างจากฉบับก่อนๆ โดยการทำให้คิงคองเป็นลิงดึกดำบรรพ์และเป็นอสูรกายที่น่ากลัวดุร้ายที่สุด จากนั้นถึงค่อยๆ เผยให้เห็นหัวใจของมันทีละชั้น...
ปีเตอร์ แจคสัน ใช้เทคนิคการสร้างคิงคอง แบบเดียวกับเทคนิคการสร้างตัวละครกอลลั่มใน The Lord of the Rings ที่ทำให้หนังได้รางวัลออสการ์ โดยการใช้ดิจิตอล Motion capture ในการสร้างลิงยักษ์ตัวนี้ แทนการใช้หุ่นเชิดตามแบบหนังภาคก่อนๆ ซึ่งแอนดี้ เซอคิส นักแสดงที่อยู่เบื้องหลังการใช้การแปลสัญญาณคอมพิวเตอร์ให้เป็นกอลลั่ม เป็นคนที่แสดงการเคลื่อน ไหวของคิงคองเพื่อถ่ายสัญญาณให้คอมพิวเตอร์นำไปสร้างเป็นภาพของอสูรกาย โดยคิงคองในหนังจะมีความสูงราว 25 ฟุต และมี อายุราว 120 - 150 ปี
KING KONG ฉบับนี้หลังจากตัดต่อเสร็จสิ้นแล้วนั้น จะฉาย ให้คนทั้งโลกได้ชมในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ด้วยความยาวทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากที่ผู้บริหารระดับสูงของยูนิเวอร์แซลได้ชม แล้วนั้น ถึงกับบอกว่า เป็น 3 ชั่วโมงแห่งความสุดยอด และเขาไม่เคยเห็นงานระดับนี้ของศิลปินมาก่อนเลย นี่คืองานระดับมาสเตอร์ พีซ อย่างแท้จริง
Source : Jediyuth 11/2/2005 อยากให้เธอรู้ว่ารัก...สักวันหนึ่ง...
10/24/2005 ~@ True story of Somebody @~
10/18/2005 The New " Bond , James Bond "
หลังจากตามหาคนที่จะมารับบทเป็นสายลับระดับตำนานเจ้าของรหัส 007 คนนี้แทนที่เพียส บรอสแนน ซึ่งเป็นเจมส์ บอนด์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุด เดเนียล เครก ดาราเชื้อสายอังกฤษวัย 37 ปี ที่มีผลงานสร้างชื่อล่าสุดอย่าง Layer Cake ( หนังเรื่องนี้ไม่ได้ฉายในไทยคับ ) ก็เป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้สวมบทเจมส์ บอนด์ คนที่ 6 ของโลกภาพยนตร์ Casino Royale คือหนังเจมส์ บอนด์ภาคที่ 21 มีกำหนดฉายในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2006 กำกับโดย มาร์ติน แคมป์เบลผู้ที่เคยปลุกชีวิตให้กับหนังสายลับชุดนี้ใน Golden Eye เมื่อปี 1995 และส่งให้ชื่อของ เพียส บรอสแนน เป็นที่จดจำในฐานะ เจมส์ บอนด์ มาจนถึงทุกวันนี้ Casino Royale เป็นนิยายเจมส์ บอนด์ ฉบับแรกของเอียน เฟลมมิ่ง ที่เขียนไว้ในปี 1953 ซึ่งเป็นเรื่องราวของเจมส์ บอนด์ ในวัยหนุ่ม ที่มีความสมจริงมากกว่าในฉบับภาพยนตร์ อีกทั้งยังเป็นเรื่องราวที่มีความรุนแรงมากที่สุดในจำนวนนิยายชุดนี้ด้วย โดยเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับภารกิจของบอนด์ ที่เข้าไปจับตาสายลับรัสเซียที่เข้ามาทำภารกิจลับในบ่อนคาสิโนแห่งหนึ่ง ที่มีบรรยากาศของยุคสงครามเย็นเป็นฉากหลัง ในการดัดแปลงนิยายชุดนี้มาสู่จอภาพยนตร์นั้นมีหลายอย่างที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากนิยายต้นฉบับเพื่อความเหมาะสม เช่นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับสงครามเย็นต้องปรับแต่งใหม่ และเจมส์ บอนด์จะดิบกว่าเดิม โหดกว่าเดิมและสมจริงมากยิ่งขึ้น ผู้กำกับมาร์ติน แคมป์เบล พูดถึงหนังเจมส์ บอนด์ ภาค 21 ว่า " จะมีด้านมืดมากขึ้นแน่ๆ มีเรื่องราวของตัวละครมากขึ้น มีของเล่นน้อยลง " แดเนียล เครก ผู้รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ คนที่ 6 ยอมรับว่าบทนี้อาจอันตรายตรงที่อาจทำให้"ติด"อยู่กับภาพลักษณ์ของบท แต่เขาก็บอกว่า " ผมไม่ยอมให้ตัวเองคิดในแง่นั้น ผมคิดถึงแต่ภารกิจที่รออยู่เบื้องหน้า และ ด้วยกันกับมาร์ติน ผมอยากทำหนังที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ และเป็นหนังที่ให้ความบันเทิงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ " Source : Jediyuth
10/13/2005 ~@ Autumn In My Memory @~
|
|
|